บทคัดย่อ
การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุทั่วโลกและในประเทศไทยส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังหลายโรคและต้องใช้ยาหลายชนิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาวะการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน (polypharmacy) เป็นความท้าทายสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของอาการไม่พึงประสงค์จากยา ปฏิกิริยาระหว่างยา ความคลาดเคลื่อนในการใช้ยา การไม่ร่วมมือในการใช้ยา การหกล้ม มีส่วนทำให้ภาวะเปราะบางแย่ลง การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และการเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม การใช้ยาหลายชนิดไม่ได้หมายถึงความไม่เหมาะสมเสมอไป เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจมีความจำเป็นต้องได้รับยาหลายรายการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการรักษาและป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรค
ปัจจุบันแนวคิดเกี่ยวกับ polypharmacy ได้เปลี่ยนจากการพิจารณาจำนวนรายการยาเพียงอย่างเดียวไปสู่การประเมินความเหมาะสมของการใช้ยาในแต่ละบุคคล โดยคำนึงถึงประโยชน์ ความเสี่ยง เป้าหมายการรักษา อายุขัย โรคร่วม ภาวะเปราะบาง และความต้องการของผู้ป่วย เครื่องมือประเมินความเหมาะสมของการใช้ยา เช่น Beers Criteria, STOPP/START Criteria และ Medication Appropriateness Index ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกและลดความเสี่ยงจากการใช้ยาที่อาจไม่เหมาะสมในผู้สูงอายุ
เภสัชกรมีบทบาทสำคัญในการจัดการปัญหา polypharmacy ผ่านกระบวนการทบทวนรายการยา การประเมินปัญหาที่เกี่ยวข้องกับยา การค้นหายาที่อาจไม่เหมาะสม การประเมินปฏิกิริยาระหว่างยา การส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยา และการสนับสนุนกระบวนการลดการใช้ยาที่ไม่จำเป็น (deprescribing) ภายใต้การทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ