บทคัดย่อ
วัณโรคยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก และ isoniazid เป็นหนึ่งในยาหลักที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาวัณโรคที่ไวต่อยา อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของเภสัชจลนศาสตร์และการตอบสนองต่อ isoniazid ระหว่างบุคคลอาจส่งผลต่อประสิทธิผลของการรักษาและความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะภาวะพิษต่อตับ ความแปรผันทางพันธุกรรมของยีน N-acetyltransferase 2 (NAT2) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความแตกต่างของการเมแทบอลิซึมของ isoniazid และ acetylator phenotype บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนบทบาทของความแปรผันทางพันธุกรรมของ NAT2 ต่อการเมแทบอลิซึมและเภสัชจลนศาสตร์ของ isoniazid รวมถึงความสัมพันธ์กับประสิทธิผลและความปลอดภัยของการรักษา ตลอดจนพิจารณาหลักฐานเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ NAT2 genotype ในการกำหนดขนาดยา isoniazid จากหลักฐานที่ทบทวนพบว่า NAT2 genetic variation สามารถส่งผลต่อกิจกรรมของเอนไซม์และ acetylator phenotype ซึ่งสัมพันธ์กับระดับการได้รับ isoniazid และความเสี่ยงต่อ hepatotoxicity โดยเฉพาะในกลุ่ม slow acetylators อย่างไรก็ตาม หลักฐานเกี่ยวกับประโยชน์ทางคลินิกของการกำหนดขนาดยา isoniazid ตาม NAT2 genotype ยังมีจำกัด และผลการศึกษาในผู้ป่วยไทยยังไม่สามารถยืนยันการลดภาวะพิษต่อตับจากยาได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การประยุกต์ใช้เภสัชพันธุศาสตร์ของ NAT2 จึงควรพิจารณาร่วมกับข้อมูลทางเภสัชจลนศาสตร์ การติดตามระดับยาเพื่อการรักษา และปัจจัยทางคลินิก มากกว่าการใช้ genotype เป็นตัวกำหนดขนาดยาเพียงอย่างเดียว แนวทางดังกล่าวอาจนำไปสู่การกำหนดขนาดยา isoniazid อย่างแม่นยำและเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากขึ้น
คำสำคัญ
Tuberculosis, Isoniazid, NAT2, Pharmacogenomics, Precision medicine