การประชุมวิชาการ
2026 Oncology Pharmacotherapy “Comfort in Complexity” หัวข้อ Pediatric Malignancies
ชื่อการประชุม 2026 Oncology Pharmacotherapy “Comfort in Complexity” หัวข้อ Pediatric Malignancies
สถาบันหลัก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รหัสกิจกรรม 1017-2-000-005-02-2569
สถานที่จัดการประชุม ห้อง Meeting room 1, อาคาร A ชั้น 21 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงเทพมหานคร Online ผ่าน Microsoft teams Meeting
วันที่จัดการประชุม 26 ก.พ. 2569
ผู้จัดการประชุม ชมรมเภสัชกรโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
กลุ่มเป้าหมาย เภสัชกร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และเภสัชกรที่สนใจจากภายนอกโรงพยาบาล
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 3 หน่วยกิต
หลักการและเหตุผล
ในปัจจุบัน โรคมะเร็งถือเป็นปัญหาสำคัญในระบบสาธารณสุข โดยในปี 2022 พบจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งใหม่เกือบ 20 ล้านคนทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งกว่า 9.7 ล้านคน (Globocan 2022) นอกจากนี้ ข้อมูลจาก GLOBOCAN ปี 2022 พบว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง 183,541 คน จากประชากรไทยทั้งหมด 70,078,198 คน จากข้อมูลสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรไทยตามรายงานโดยกระทรวงสาธารณสุขปี 2567 (สถิติสาธารณะสุข 2567) พบว่า โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 เมื่อจำแนกอัตราการเสียชีวิต ต่อประชากร 100,000 คน ตามกลุ่มโรคมะเร็ง พบว่า มะเร็งตับ มะเร็งปอดปอด มะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือลูคีเมีย (Leukemia) มะเร็งเต้านมหญิง และมะเร็งปากมดลูก เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตลำดับ 1-5 ตามลำดับ
มาตรฐานในการรักษาโรคมะเร็งประกอบด้วยการรักษาหลายอย่างร่วมกัน ตั้งแต่ การผ่าตัด รังสีรักษา และการให้ยาเคมีบำบัด การรักษาด้วยยามุ่งเป้า ยาภูมิคุ้มกันบำบัด และมีวิธีการรักษาเฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองหรือมีข้อบ่งชี้ในการรักษา เช่น การปลูกถ่ายไขกระดูก เป็นต้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาและสามารถใช้ยาเพื่อให้ได้รับประสิทธิผลและความปลอดภัยสูงสุดในการรักษา บทบาทของเภสัชกรในการให้บริบาลทางเภสัชกรรมในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแต่การเตรียมยาเคมีบำบัดด้วยเทคนิคปราศจากเชื้อ แต่ยังเป็นการร่วมให้การดูแลผู้ป่วยร่วมกับสหสาขาวิชาชีพเพื่อให้ผู้ป่วยได้ใช้ยาอย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับของสหสาขาวิชาชีพมากยิ่งขึ้น
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นเนล เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ ซึ่งรองรับผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยรับผู้ป่วยนอกที่เป็นโรคมะเร็งเฉลี่ย 75 คนต่อวัน และรับผู้ป่วยในเฉลี่ย 30 คนต่อวัน การวางแผนการรักษาผู้ป่วยโดยเน้นการดูแลผู้ป่วยเป็นทีมแบบสหสาขาวิชาชีพ (multidisciplinary care) เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา พยาบาล เภสัชกร นักกำหนดอาหาร นักกายภาพบำบัด และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง
ฝ่ายเภสัชกรรมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าวจึงได้จัดให้มีการอบรม เพิ่มพูนความรู้และทักษะในความรู้ทางเภสัชบำบัดด้านโรคมะเร็งสำหรับเภสัชกรในทุกๆ ปี เพื่อให้เภสัชกรสามารถเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง มาตรฐานการรักษาในปัจจุบัน ทั้งการให้ยาเคมีบำบัดและยาที่ออกฤทธิ์มุ่งเป้า เสริมความรู้ที่เป็นปัจจุบัน สามารถที่จะประยุกต์ใช้ความรู้ทางเภสัชบำบัด นำไปสู่การทำงานของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่อผู้ป่วยสูงสุด
วัตถุประสงค์
1. อธิบายกลไกการออกฤทธิ์ของกลุ่มยารักษาเคมีบำบัด และยาชนิดมุ่งเป้ากลุ่มหลักได้
2. อธิบายปัจจัยเสี่ยง พยาธิกำเนิด พยาธิสรีรวิทยา ความสัมพันธ์ระหว่างอาการและอาการแสดง ค่าทางห้องปฏิบัติการเพื่อใช้ในการประเมินผลการรักษาและการพยากรณ์โรคในผู้ป่วยมะเร็งชนิดต่างๆ ที่พบได้ ได้แก่ โรคมะเร็งในเด็ก (Pediatric malignancies), เภสัชบำบัดในโรคมะเร็ง (Cancer Pharmacotherapy),
การจัดการอาการข้างเคียงจากการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง (Treatment related symptoms in cancer
patients), มะเร็งทางนรีเวช (Gynecologic Malignancies), มะเร็งเต้านม (Breast Cancer), มะเร็งระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Cancers), มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma), มะเร็งไขกระดูกชนิดมัยอิโลมา (Multiple Myeloma), และมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันในผู้ใหญ่ (Adult Acute Leukemias) สามารถบอกถึงการรักษาด้วยยาที่เหมาะสมของโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ได้ (โดยเฉพาะยาที่เพิ่งได้รับการอนุมัติจาก US FDA 2018-2026)
3. สามารถประเมินหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคมะเร็งด้วยยามุ่งเป้า Pharmacogenomics in Oncology การพัฒนายารักษามะเร็งและสถิติทางการแพทย์ (Research Design, Statistics and Evaluating Oncology Literature) ได้
4. สามารถบอกถึงปัญหาในการใช้ยา (Drug related problems, DRPs) และแนวทางในการป้องกันและแก้ปัญหา (Supportive Cares) รวมทั้งการให้คำแนะนำเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจากการใช้ยารักษาโรคมะเร็งและมีผลเสียน้อยที่สุด
5. สามารถให้คำแนะนำเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพในผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือคำแนะนาสำหรับการคัดกรองโรคมะเร็งได้
คำสำคัญ
วิธีสมัครการประชุม
สามารถลงทะเบียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติมที่ ภญ.อมรรัตน์ โทร. 02-0114710, e-mail: Amornratc@bumrungrad.com หรือฝ่ายการเรียนรู้ทางคลินิก โทร. 0-2011-4535