หลักการและเหตุผล
ในระบบสาธารณสุขยุคปัจจุบัน การบริหารจัดการด้านยาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การจัดซื้อจัดหาและการควบคุมคุณภาพขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับยาที่มีทั้งประสิทธิผล (Efficacy) และความปลอดภัย (Safety) สูงสุด ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นผลลัพธ์ทางคลินิกที่จับต้องได้และน่าเชื่อถือ (Reliable clinical outcomes)
กระบวนการที่จะนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงระบบห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ กระบวนการจัดซื้อจัดหา (Procurement) ที่มีประสิทธิภาพ ร่วมกับการมี ระบบควบคุมคุณภาพ (Quality Control) ที่เข้มงวดในทุกขั้นตอน ซึ่งถือเป็นด่านแรกและบทบาทสำคัญของเภสัชกรในการคัดกรองผลิตภัณฑ์สุขภาพ นอกจากนี้ การตัดสินใจทางการแพทย์และการเลือกใช้ยาในปัจจุบันจำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วย กระบวนการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based approach) เพื่อทลายข้อจำกัดของการคาดเดา และเปลี่ยนผ่านไปสู่การส่งมอบ การรักษาที่เน้นคุณค่าโดยมุ่งผลลัพธ์ของผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Value-based medication focusing on patients’ outcome)
สภาเภสัชกรรมเล็งเห็นว่า การพัฒนาองค์ความรู้และทักษะของเภสัชกรในมิติเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขของประเทศ จึงได้จัดการประชุมวิชาการครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานวิชาชีพเภสัชกรรม และสร้างหลักประกันความปลอดภัยให้แก่ผู้รับบริการอย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมเข้าใจบทบาทและความสำคัญของกระบวนการจัดซื้อจัดหา (Procurement) และการควบคุมคุณภาพ (Quality Control) ยาและเวชภัณฑ์อย่างมีระบบ
2. เพื่อส่งเสริมให้เภสัชกรสามารถประยุกต์ใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based approach) ในการประเมินและเลือกใช้ยา เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางคลินิกที่มีความแม่นยำและปลอดภัย
3. เพื่อสร้างแนวทางการส่งมอบบริการบริบาลเภสัชกรรมที่มุ่งเน้นคุณค่า (Value-based medication) โดยยึดเอาผลลัพธ์การรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง