การประชุมวิชาการ
โครงการการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและการคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน
ชื่อการประชุม โครงการการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและการคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน
สถาบันหลัก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
รหัสกิจกรรม 1006-2-000-040-09-2569
สถานที่จัดการประชุม ออนไลน์
วันที่จัดการประชุม 18 -29 ก.ย. 2569
ผู้จัดการประชุม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
กลุ่มเป้าหมาย เภสัชกรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, เภสัชกรโรงพยาบาลรัฐ, เภสัชกรประจำร้านขายยา, เภสัชกรโรงพยาบาลเอกชน
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 12 หน่วยกิต
หลักการและเหตุผล
การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational drug use) นั้น องค์การอนามัยโลกให้คำจัดความการใช้ยา อย่างสมเหตุผล (rational drug use) ไว้ คือ "ผู้ป่วยได้รับยาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพ โดยใช้ยาในขนาด ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ด้วยระยะเวลาการรักษาที่เหมาะสม และมีค่าใช้จ่ายต่อชุมชนและผู้ป่วยน้อยที่สุด"
สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตรเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลด้านการใช้ยาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาระหว่างตั้งครรภ์สามารถส่งผลต่อการดูดซึม การกระจาย การเปลี่ยนแปลง และการกำจัดยา ขณะเดียวกันยาบางชนิดสามารถผ่านรกและส่งผลต่อทารกในครรภ์ หรือสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมและส่งผลต่อทารกที่ได้รับนมแม่ได้ ดังนั้น การตัดสินใจใช้ยาในผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องพิจารณาทั้งประโยชน์ ของการรักษา ความเสี่ยงจากยา และความเสี่ยงจากการไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญกับการใช้ยาอย่างสมเหตุผล โดยผู้ป่วยควรได้รับยาที่เหมาะสมกับความจำเป็นทางคลินิก ในขนาดที่เหมาะสม เป็นระยะเวลาที่เหมาะสม และคำนึงถึงความคุ้มค่า ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทยจัดให้หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตรเป็นกลุ่มผู้ป่วยพิเศษที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ยา และควรได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้ยา
หลักสูตรนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากรสุขภาพในการประเมินปัญหาด้านยา ยาสมุนไพร การเลือกใช้ยาอย่างสมเหตุผล การประเมินความปลอดภัยของยาในระยะต่าง ๆ ของการตั้งครรภ์และระยะให้นมบุตร รวมถึงการสื่อสารและให้คำปรึกษาแก่สตรีมีครรภ์และมารดาที่ให้นมบุตร เพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างปลอดภัย มีประสิทธิผล และลดการใช้ยาที่ไม่จำเป็น
เภสัชกรเป็นวิชาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญในการดูแล ป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสุขภาพรวมถึงปัญหา การใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้แก่ ยา ยาสมุนไพร เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อให้ผู้ป่วยได้ประโยชน์สูงสุด จากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพควบคู่ไปกับความปลอดภัย ปัจจุบันงานวิจัยมีบทบาทต่อการพัฒนางานของเภสัชกร ความต้องการในด้านองค์ความรู้ในการทำวิจัยและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลมีสูงขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพงาน นอกจากนี้ยังนำไปสู่การเผยแพร่ผลงานวิจัย เป็นการต่อยอดและเติมเต็มเภสัชกรในการทำวิจัย เพื่อความก้าวหน้าทางวิชาชีพเภสัชกรรม การเพิ่มองค์ความรู้ให้กับเภสัชกร การนำงานประจำที่ทำอยู่มาเขียนเป็นผลงานวิจัยเผยแพร่ มีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่องให้กับบุคคลากรทางเภสัชกรรม
ปัจจุบัน การสื่อสารข้อมูลทางสุขภาพและองค์ความรู้ทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องแนวทางการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในกลุ่มผู้ป่วยเปราะบาง เช่น สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร ตลอดจนการเผยแพร่ผลงานวิจัยทางเภสัชกรรม มักเผชิญกับข้อจำกัดที่สำคัญคือ การนำเสนอเนื้อหาวิชาการที่มีความซับซ้อนให้ประชาชนและผู้ป่วยสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น เพื่อเป็นการยกระดับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากบุคลากรทางการแพทย์ไปสู่ผู้ป่วยและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) เข้ามาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างสรรค์สื่อภาพและวิดีโอทางการแพทย์จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพลิกโฉมรูปแบบการทำงานสาธารณสุขในยุคดิจิทัล เทคโนโลยี Generative AI เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้งานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลและสรุปข้อมูลวิชาการที่ยืดยาวให้กลายเป็นบทบรรยาย (Scripting) ที่กระชับและตรงประเด็น การแปลงข้อความให้เป็นภาพประกอบทางคลินิก (Text-to-Image) ที่ช่วยให้เห็นภาพการออกฤทธิ์ของยาหรือข้อควรระวังต่างๆ ได้อย่างชัดเจน การสร้างสื่อวิดีโอเคลื่อนไหว (Text-to-Video) หรือแม้กระทั่งการสร้างตัวแทนผู้บรรยายเสมือนจริง (AI Avatar) พร้อมเสียงบรรยายที่ปรับโทนเสียงให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นมิตร กระบวนการทั้งหมดนี้ล้วนเป็นนวัตกรรมอันทรงพลังที่ช่วยลดทอนอุปสรรคเดิมๆ ทั้งด้านระยะเวลาการผลิตสื่อ ต้นทุน และข้อจำกัดด้านทักษะเฉพาะทางกราฟิกดีไซน์ ทำให้บุคลากรสาธารณสุขและเภสัชกรสามารถเป็นผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์ (Content Creator) ที่เปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก คู่มือแนวทางการใช้ยาอย่างปลอดภัย หรือผลลัพธ์จากการศึกษาวิจัย ให้กลายเป็นสื่อมัลติมีเดียและคอนเทนต์สุขภาพที่ดึงดูดความสนใจ สื่อสารได้อย่างตรงไปตรงมา และตอบโจทย์พฤติกรรมการรับสื่อของผู้คนในยุคปัจจุบัน การอบรมเชิงปฏิบัติการในส่วนของการประยุกต์ใช้ AI ครั้งนี้ จึงมุ่งเน้นเสริมสร้างสมรรถนะให้บุคลากรสามารถดึงศักยภาพของ Generative AI มาใช้ผลิตสื่อสุขภาพได้อย่างเชี่ยวชาญและรู้เท่าทัน ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ Storyboard ที่สอดแทรกความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในการใช้ยา การรังสรรค์ภาพประกอบที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ไปจนถึงกระบวนการผลิตวิดีโอฉบับสมบูรณ์เพื่อนำไปใช้ให้คำปรึกษาหรือเผยแพร่ผ่านช่องทางของหน่วยงาน ความสามารถในการผลิตสื่อคุณภาพสูงเหล่านี้ด้วยตนเอง จะส่งผลโดยตรงต่อการเสริมสร้างความร่วมมือและวินัยในการใช้ยา (Medication Adherence) ของผู้ป่วย ลดความเสี่ยงในการเกิดความคลาดเคลื่อนทางยา โดยเฉพาะในสตรีมีครรภ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อทารก และกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้ด้านสุขภาพในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนให้เภสัชกรนำผลงานวิจัยจากงานประจำ (Routine to Research) มาสื่อสารให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม การบูรณาการปัญญาประดิษฐ์เข้ากับศาสตร์ทางการแพทย์นี้ จึงเป็นการขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และสร้างมาตรฐานใหม่ในการเผยแพร่ความรู้สาธารณสุขให้มีความทันสมัย ถูกต้อง เข้าถึงง่าย และเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์
1) เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้อย่างสมเหตุผลในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร
2) เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เขียนงานวิจัยทางด้านเภสัชกรรมและสื่อการสอน การทำวีดีโอความรู้ด้านสุขภาพเพื่อเผยแพร่

คำสำคัญ
วิธีสมัครการประชุม
1. การใช้ยาอย่างสมเหตุผลในในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ลงทะเบียนผู้เข้าอบรมทาง google form ตาม link นี้ https://shorturl.asia/ldruT 2. การเขียนงานวิจัย และ Smart Health Media: ยกระดับการผลิตสื่อวิดีโอทางการแพทย์และสาธารณสุขด้วยพลังปัญญาประดิษฐ์ ลงทะเบียนผู้เข้าอบรมทาง google formตาม link นี้ https://shorturl.asia/K8ITQ